選單圖示選單圖示

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติไต้หวัน

:::ความเป็นมาของประวัติศาสตร์

สิ่งของทางวัฒนธรรมในพระราชวังโบราณเป็นเพราะว่ามีบุญวาสนามีโอกาส ถึงได้มาอยู่ในไต้หวัน จึงกลายเป็นแหล่งต้นกำเนิดที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม อันหลากหลายในไต้หวัน ย้อนรอยอดีตกลับไปดูในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของชนเผ่าจีนอันล้ำค่าที่สืบทอดกันมานับพันปี มีหน้าที่อันใหญ่หลวงต้องแบกภาระทั้งหมดในการดูแลปกป้องวัฒนธรรม สิ่งของทางวัฒนธรรมของคนจีนที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติไต้หวัน สะสมมา เดิมอยู่ภายใต้การดูแลของพิพิธภัณฑ์จุดศูนย์ กลางสำนักงานจัดเตรียม ส่วนมากจะเป็นของเก่าที่สะสมมาที่เป็นวัตถุ โบราณจัดแสดงอยู่ เป็นของเมืองเย่อเฮอ เมืองเซิ่นหยางวังซิงกงทั้งหมด ในวันนี้พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติไต้หวันสะสมของเก่าส่วนมากได้มาจาก เป่ยผิง เย่อเฮอ เซิ่นหยางสามแห่งนี้ที่เป็นสิ่งของทางวัฒนธรรมในสมัยราชวงศ์ชิง ประวัติศาสตร์สั้นๆของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกได้เป็นห้าระยะเวลาที่อธิบาย ตามความเป็นไปในประวัติศาสตร์ หวังว่าเพิ่งประวัติศาสตร์เพื่อให้เข้าใจในความเป็นมาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันนี้

จุดเริ่มต้น : พิธีวันชาติ สร้างพระราชวังโบราณ

ของสะสมในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้มาจากพระราชวังในสี่สมัยได้แก่ ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ชิงสิ่งของที่เก็บสะสมอยู่ในวัง ปลายเดือนตุลาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่13 ผู้นำกองทัพที่สืบเชื้อสายมาโดยตรงชื่อ คุณฝงหยี่เซียง(1882-1948) เป็นคนเริ่มทำการรัฐประหารปักกิ่ง เมื่อวันที่4 เดือนพฤศจิกายน คุณหวงฝูผู้เป็นนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมในการ เมือง เข้าประชุมหารือกันและได้ แก้ไขเนื่องไขสิทธิพิเศษของราชวงศ์ชิง ขอร้องให้กษัตริย์ราชวงศ์ชิงฟู่หยี (1906-1967)「ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปต้องยกเลิกกษัตริย์คำนำหน้าไปตลอดกาล」 ราชวงศ์ชิงควรต้องทำตามนี้「ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปต้องย้ายออกจาก พระราชวังต้องห้าม」 วันถัดมา ผู้บัญชาการทหารยามในจังหวัดยองกี คุณหลู่จงหลิน(1884-1966) ไปที่ด้านหลังห้องนอนในพระราชวังต้องห้ามไปกับคุณจางปี้ผู้เป็นตำรวจบัญชาการ และไปพร้อมกับคุณหลี่ยี่หยิงผู้เป็นตัวแทนของ ราษฎร(1881-1973) เพื่อเชิญท่านประกาศยกเลิกนามในกษัตริย์ และมอบตราประทับของกษัตริย์ แล้วย้ายออกไปจากพระราชวัง วันที่ 6 สมาชิกกรรมการจัดการผลที่ตามมาขององค์กรแห่งรัฐสภาในสมัยราชวงศ์ชิง เชิญคุณหลี่ยี่หยิงมาเป็นหัวหน้ากรรมการ รับเชิญสมาชิกคนใกล้ตัวของกษัตริย์ราชวงศ์ ชิงมาด้วยพร้อมหน้า เพื่อนับจำนวนสิ่งของในพระราชวัง เมื่อวันที่ 12 เมษายน ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่14 สมาชิกกรรมการจัดการผลที่ตามมาขององค์กรแห่งรัฐสภาได้เชิญผู้คนในแวดวงต่างๆ มาชมดูสถานการณ์ในพระราชวังโบราณ จึงได้ประกาศข้อกำหนดการเข้าชมพระราชวัง โบราณเป็นเวลาชั่วคราว เปิดสวนดอกไม้หยี่ฮัว พระราชวังคุนหลิน ห้องโถงเจียวไท่ พระราชวังเฉียนชิง ห้องโถงโฮงเต๋อ ห้องโถงเจาเหยิน ห้องสมุดหนานซู ห้องสมุดซ่านซูและสถานที่อื่นๆเป็นต้นเพื่อเปิด ให้เข้าชม (นั่นก็คือถนนสายจงโจ๋) เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมในทุกๆวันเสาร์และวันอาทิตย์เวลาบ่ายโมงเย็นจนถึงหกโมง เย็น เมื่อวันที่ 29 เดือนกันยายน สมาชิกกรรมการจัดการผลที่ตามมาขององค์กรแห่งรัฐสภาปรึกษาหารือกันตัดสินใจปฏิบัติตาม เรียนแบบอย่างพิพิธภัณฑ์พระราชวังในประเทศต่างๆอย่างเช่น ประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมัน จึงจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณขึ้นมา แล้วก็วันชาติวันซวงสือตอนเย็นเข้าพิธีเปิดให้ใช้บริการ ในวันที่ 10 ตุลาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่14 พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณจัดตั้งขึ้นมาอย่าง เป็นทางการ สร้างถนนเข้าชมขึ้นมาใหม่ห้าแถว เพื่อเปิดให้คนภายนอกเข้ามาชม เมื่อสร้างพระราชวังโบราณขึ้นมาใหม่ๆ ได้รับผลกระทบมาจากสถานการณ์ความ ไม่สงบทางการเมืองอยู่ตลอดเวลา ระบบการปกครองทางทหารก็ส่งผลมาอยู่ทุก เมื่อ ยังดีที่คุณจวงหยี้นควน(1866-1932) คุณเจียงฮ้าน(1857-1935)คุณเฉินหวน (1880-1971) และคนอื่นๆที่เป็นคนในองค์กรกลุ่มยังคงอยู่ ในแวดวงวัฒนธรรม ได้ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ความวุ่นวายใน แต่ละพวกหมู่ทหาร ห้ามรัฐบาล北洋เข้ามายุ่งกับเรื่องในสภา แต่ยังคงพัฒนาไปได้แบบไม่เอื้ออำนวยสัก เท่าไหร่ เดือนมิถุนายน ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่17 รัฐบาลสาธารณรัฐจีนไต้หวันสู้รบได้สำเร็จ จึงได้รับพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณมาเป็น ของตนเอง แล้วก็ประกาศ กฎหมายองค์กรพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กำหนดให้พระราชวังโบราณอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลสาธารณรัฐจีนไต้หวัน แล้วก็แต่งตั้งคุณยีเผยจี(1880-1937) เป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์คุณยี่เมื่อตอนอยู่ในตำแหน่ง พระราชวังโบราณพัฒนาในด้านต่างๆมาเป็น อย่างดี เช่นทางด้านโครงสร้างองค์กรก็ดี การเก็บรักษาสิ่งของทางวัฒนธรรม การจัดเรียงของเก่า และซ่อมแซมบูรณะหอพิพิธภัณฑ์ การจัดแสดงงานนิทรรศการ การจัดพิมพ์และโฆษณาเป็นต้น สามารถพูดได้ว่าเป็นระยะเวลาที่เมืองจีน แผ่นดินใหญ่มีความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรืองที่สุดก็ว่าได้

ย้ายสถานที่: ปกป้องสิ่งของล้ำค่าของชาติ ย้ายมายาวไกลถึงหมื่นหลี้

ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่ 20 ทหารญี่ปุ่นในกวนตงเริ่มก่อสงครามการเปลี่ยนแปลงในวันที่สิบแปดเดือนกันยายน เข้ารบแล้วยึดเมืองตงเป่ยที่เมืองจีน สถานการณ์ในผิงจิงไม่ปลอดภัย พระราชวังโบราณรับมือเตรียมพร้อม จึงเลือกสิ่งของทางวัฒนธรรมอันประณีต ที่สะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์มาใส่เก็บไว้ในกล่อง เพื่อหลบภัยจึงเตรียมพร้อมในการย้ายสิ่งของ ทางวัฒนธรรม ปีต้นๆของปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่22 ทหารญี่ปุ่นเข้าไปตีที่หยีกวน เมืองเป่ยผิงอันตรายและไม่ปลอดภัย สภาในพระราชวังโบราณจึงได้รีบรวมตัวกัน ประชุม ตัดสินใจย้ายสิ่งของทางวัฒนธรรมไปทางทิศใต้ ที่เมืองฮู้ซ่าน ตั้งแต่วันที่ 6 เดือนกุมภาพันธ์ สิ่งของทางวัฒนธรรมในพระราชวังโบราณมีทั้งหมดเป็นจำนวน13,427กล่องกับอีก64ถุง วางแผนจะแยกย้ายไปเป็นห้าครั้ง จนถึงวันที่ 23 เดือนพฤษภาคม ย้ายมาได้เป็นจำนวนไม่น้อย ที่ย้ายตามมาด้วยนั้นรวมไปถึงสิ่งของทาง วัฒนธรรมของแต่ละหน่วยงาน อย่างเช่น วัตถุโบราณที่จัดแสดงอยู่ ศูนย์กลางสถานที่วิจัย สวนหยีเฮอ กระทรวงการภายในไต้หวัน โกวจื่อเจียน เซียนหนงถานและอื่นๆเป็นต้น รวมทั้งหมดเป็นจำนวน6,194กล่องกับอีก 8ถุง ปีถัดไปในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลสาธารณรัฐจีนไต้หวันประกาศใช้ กฎหมายองค์กรพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ แห่งชาติเป่ยผิงใช้เป็นเวลาชั่วคราว พระราชวังโบราณและสภาอยู่ภายใต้การดูแล ของหน่วยงานบริหารประเทศ ในเดือนพฤษภาคม คุณหม่าเหิน (1881-1955) ได้รับคำสั่งมาอยู่ในตำแหน่งเป็นหัวหน้า พิพิธภัณฑ์ เริ่มทำการตรวจนับจำนวนสิ่งของทางวัฒนธรรมที่เก็บอยู่ในฮู้ซ่านและที่เก็บอยู่ในผิงจิง ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่24 พระราชวังโบราณได้รับเชิญไปร่วมงาน 「แสดงงานนิทรรศการศิลปะเมืองจีนในระดับ นานาชาติ」เกี่ยวกับสิ่งของทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่เก็บ สะสมอยู่ในฮู้ซ่านที่เมืองลอนดอนในประเทศ อังกฤษ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เดือนธันวาคม เมื่อปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่25 พระราชวังโบราณหนานจิงฉาวเทียนกงอีก สาขาหนึ่งสร้างโกดังเก็บรักษาไว้เสร็จสมบูรณ์ สิ่งของทางวัฒนธรรมที่ย้ายไปทางทิศใต้ก็ได้ ย้ายมาจากเซี่ยงไฮ้จนมาถึงหนานจิง จึงได้เก็บเข้าไปไว้อยู่ในโกดัง

เริ่มเกิดเหตุการณ์สะพานมาร์โคโปโลขึ้น สิ่งของทางวัฒนธรรมของพระราชวังโบราณที่ ย้ายไปทางทิศใต้ได้แบ่งออกเป็นสามส่วนเพื่อ ถอยหลังให้กับศัตรูและขนย้ายไปสามครั้ง ครั้งแรกที่ย้ายไปส่วนหนึ่ง(ถนนหนานหลู้) มีสิ่งของทางวัฒนธรรมทั้งหมดเป็นจำนวน80 กล่อง หลังจากเริ่มจัดส่งสิ่งของจากเมืองหนานจิง และผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น หั้นโคว หวู่ชัง ฉางซา กุ้ยหลิน แล้วก็ไปถึงกุ้ยหยาง ต่อจากนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปที่อำเภอปาเมือง เสฉวน สิ่งของส่วนที่สอง(ถนนจงหลู้)มีจำนวน9,331กล่อง โดยผ่านหั้นโคว หยีชาน ไปจนถึงฉงชิ่ง แล้วก็ผ่านมาถึงหยีปิงจนมาถึงเล้อซาน สิ่งของส่วนที่สาม(ถนนเป่ยหลู้) รวมได้7,287กล่อง และผ่านมาถึงสีโจว เจิ้นโจว ซีอาน แล้วก็ผ่านมาที่ เป่าจี หั้นจง จนมาถึงเมืองเฉินตู ต่อจากนั้นก็ได้ขนย้ายไปที่เอ๋อเหมย ระยะเวลาที่ต่อต้านสงครามอยู่ ถึงแม้ว่างานสำคัญที่พระราชวังโบราณ ทำอยู่คือดูแลปกป้องสิ่งของ แต่ก็ยังได้ร่วมจัดงานนิทรรศการต่างๆทั้งใน และนอกประเทศมาแล้วไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อต้นปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่29 พระราชวังโบราณก็ได้นำเอาภาพวาด ผ้าทอ เครื่องหยกและเครื่องทองแดงเลือกออกมาจากสิ่งของส่วนที่หนึ่ง (ถนนหนานหลู้)กว่าร้อยชิ้น ขนย้ายไปร่วมงานนิทรรศการศิลปะเมืองจีนที่ สหภาพโซเวียตกรุงมอสโกและที่เลนินกราด ท้ายๆปีสาธารณรัฐจีนไต้หวัน ปีที่31 พระราชวังโบราณก็ได้ร่วมงานที่พิพิธภัณฑ์สาขาฉงชิ่งใน ศูนย์หอห้องสมุดที่เป็นงานนิทรรศการศิลปะของทั้งประเทศที่ครบรอบปีที่สาม ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที32 จนถึงเดือนเมษายน ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่33 เมื่อตอนมีสงครามหัวหน้าพิพิธภัณฑ์คุณหม่าเหิน ก็ได้กระตุ้นมวลชนให้มีคติธรรม แล้วก็ได้เลือกสรรนำเอาหนังสือและภาพวาด เก่าแก่มาจากสิ่งของส่วนที่หนึ่ง(ถนนหนานหลู้) มาจัดวางโชว์ในงานนิทรรศการ หนังสือและภาพวาดในพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติเป่ยผิงที่จัดขึ้นใน ศูนย์หอห้องสมุดฉงชิ่งและหอศิลปะของจังหวัดกุ้ยโจว

หลักจากที่ต่อต้านสงครามมาจนชนะแล้วสื่งของทางวัฒนธรรมในพระราชวังโบราณ ได้ย้ายไปทางทิศตะวันตกไล่มาตามลำดับได้แก่ ปาเสี่ยน เอ๋อเหมย เล่อซาน มารวบรวมไว้ที่ฉงชิ่งก่อน แล้วก็ค่อยเดินในทางน้ำกลับไปที่จิงเฉิน สิ่งของทั้งหมด ขนย้ายกลับไปเมื่อสิ้นปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่36 ในระยะเวลานั้น เพื่อที่ว่าพระราชวังโบราณจะตอบคำขอบคุณให้กับคนในเมืองฉวนเซิ่น ที่พวกเขาได้ช่วยกันปกป้องรักษาสิ่งของทางวัฒนธรรมเก่าแก่เอาไว้ จึงได้เลือกหนังสือและภาพวาดสิ่งของทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าในประวัติศาสตร์ ที่นำจากสำนักงานเล่อซานมาโดยเฉพาะ เมื่อท้ายปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่35 ได้ยืมอาคารการศึกษาสำหรับมวลชนสวนสาธารณะจงเจิ้นของเมืองเฉินตูมาจัด งานนิทรรศการ จึงได้ถูกเรียกว่า「เป็นงานประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่ใหญ่โตมาก หลังจากที่คนในประเทศเราต่อต้านสงครามมาเป็นเวลาแปดปี」

ในอีกมุมมองหนึ่ง เมื่อระหว่างต่อต้านการทำสงคราม สำนักงานการจัดเตรียมที่อยู่ในศูนย์พิพิธภัณฑ์ ก็เคยหลีกเลี่ยงโจรจึงย้ายไปทางทิศตะวันตกไปที่ปาสู่ เมื่อปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่22 พิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางนี้ได้รับคำสั่งจากกระทรวงการศึกษาธิการให้ หน่วยงานการบริหารประเทศยินยอมแต่งตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้ที่เมืองหนานจิง แล้วก็แต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายการวิจัยด้านภาษาและประวัติศาสตร์ใน สถาบันการวิจัยของศูนย์ที่ชื่อคุณฟู่ซือเหนียนให้มาเป็นผู้อำนวยการในสำนักงาน การจัดเตรียม จากการประชุมในสภาศูนย์การเมืองครั้งที่377 การประชุมครั้งนี้ตัดสินให้สิ่งของพื้นฐานที่สะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้กลายเป็น สิ่งของเก่าแก่ทางวัฒนธรรมของกระทรวงการในประเทศที่จัดเรียงโชว์ สิ้นปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่26 สำนักงานการจัดเตรียมในพิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลาง ได้รับคำสั่งมาให้ย้ายไปทางทิศตะวันตก แล้วก็เริ่มย้ายตามไปด้วยกันกับสิ่งของส่วนที่สอง(ถนนจงหลู้) เดินตามทางน้ำแล้วย้ายไปที่ฮั้นโคว ต่อจากนั้น ในปีถัดไปเมื่อปีต้นๆ ได้ย้ายไปที่ฉวน ได้ติดตั้งสำนักงานขึ้นมาในที่เมืองใหม่ แล้วก็ได้ยืมสถานที่กับมหาวิทยาลัยฉงชิ่งอีกครั้งหนึ่ง และร่วมมือกับ ศูนย์สถาบันการวิจัยเพื่อสร้างห้องโกดังชั่วคราวไว้ที่ซาผิงป้า เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่28 สำนักงานการจัดเตรียม รับคำสั่งยินยอมย้ายไปที่สำนักงานในคุนหมิง สิ่งของส่วนที่สองที่สะสมมาได้ย้ายไปกับพิพิธภัณฑ์โบราณที่ย้ายไปทาง ทิศตะวันตกโดยได้ย้ายไปอยู่ที่เล่อซานในเมืองเสฉวน ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่29ในฤดูร้อน สำนักงานในพิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลาง รับคำสั่งมาให้ถอยไปข้างหลังอีกครั้ง และได้ย้ายไปที่หนานซีหลี่จวงใน เมืองเสฉวนโดยย้ายไปพร้อมกับสถาบันการวิจัยด้านภาษาและประวัติศาสตร์ ของศูนย์การวิจัยและย้ายไปกับสำนักงานอื่นๆเป็นต้น

เมื่อเดือนสิงหาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่34 ประเทศญี่ปุ่นประกาศว่าตนแพ้สงครามโดยที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ พิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางสำนักงานการจัดเตรียมเตรียมพร้อมที่จะเตรียมตัวกลับ ไปเป็นเหมือนเดิม สิ่งของทางวัฒนธรรมที่วางไว้ในหลี่จวงและเล่อซานได้เริ่มขนย้าย กลับไปเก็บไว้ในเมืองหลวงแล้ว ขนย้ายเสร็จสิ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่36 เดือนพฤษภาคมในปีต่อมา เพื่ออวยพรฉลองงานให้กับอาคารมนุษยศาสตร์ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำนักงานการจัดเตรียมจึงได้ร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ จัดแสดงงานนิทรรศการที่ใหญ่โตมหาศาลขึ้นมา

มาถึงไต้หวัน: สิ่งของล้ำค่าขนมาอยู่ในไต้หวัน จึงสร้างอาคารใหม่กลับไปเป็นพิพิธภัณฑ์อีกครั้ง

ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่37ในฤดูใบไม้ร่วง สถานการณ์สงครามคอมมิวนิสต์ในเมืองจีนกลับผกผัน ในวันที่10 เดือนพฤศจิกายน ผู้อำนวยการบริหารในพระราชวังโบราณชื่อคุณจูจาหัว(1893-1963) คุณหวังซื่อเจ๋(1891-1981) คุณฟูซือเหนียน(1896-1950) คุณซีหงเป่า(1881-1971) คุณหลี่จี้(1896-1979) คุณหางหลี่วู่(1903-1991) และคนอื่นๆ รวมตัวกันประชุมอยู่ในที่พักของหัวหน้าผู้อำนวยการบริหารชื่อคุณโองเหวินเฮ้า (1889-1971) ออกความคิดเห็นให้เลือกสิ่งของล้ำค่าย้ายมาที่ไต้หวัน และคุณจูจาฮั้วเสนอแนะนำให้ย้ายไปที่ศูนย์หอสมุดที่เก็บสะสมหนังสือดีๆเอาไว้ คุณฟูซือเหนียนเสนอว่าให้ขนย้ายสิ่งของโบราณคดีทางวัฒนธรรมของ สถาบันศูนย์การวิจัยทางประวัติศาสตร์และภาษาไปที่ไต้หวันพร้อมๆกัน ต้นเดือนธันวาคม ผู้อำนวยการรวมตัวกันประชุมที่พิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลาง ผ่านการประชุมและเลือกสรรสิ่งของที่ล้ำค่ามากที่สุดเพื่อขนย้ายมาที่ไต้หวัน ของสะสมที่ยังหลงเหลืออยู่และการคมนาคมที่เอื้ออำนวยให้ความสะดวก ก็จะขนย้ายมาเรื่อยๆ วันที่21ในเดือนเดียวกัน สิ่งของส่วนที่หนึ่งของพระราชวังโบราณมีอยู่320กล่อง 212กล่องเป็นของพิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางสำนักงานการจัดเตรียมได้เก็บใส่ ไว้ในเรือจงติ่งหลวนที่เป็นเรือของกองทัพเรือที่จัดส่งมา และมาถึงท่าเรือจีหลง ยังมีสิ่งของที่มากับเรืออีก นับได้ทั้งหมดเป็นจำนวน240กล่อง รวมไปถึงไฟล์สนธิสัญญา หนังสือและสิ่งของทางวัฒนธรรมของสถาบันศูนย์การวิจัย ด้านประวัติศาสตร์และภาษา ของหอสมุดกลางและของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่6 มกราคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่38 ขนย้ายสิ่งของส่วนที่สองมากับเรือไฮ่หู้หลวนที่เป็นเรือของกรมเศรษฐกิจ นอกจากสิ่งของทางวัฒนธรรมมี1,680กล่อง พิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางสำนักงานการจัดเตรียมมี486กล่องแล้ว ยังรวมไปถึง ภาพวาด หนังสือและสิ่งของทางวัฒนธรรมของสถาบันศูนย์การวิจัยประวัติศาสตร์และภาษา ของหอสมุดกลาง และของหอสมุดเป่ยผิง รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 1,336กล่อง วันที่30 สิ่งของส่วนที่สามเรือขนส่งเรือคุนหลวนเฮ่าที่เป็นเรือของกองทัพเรือที่ต้อง รับผิดชอบส่งออก ในนั้นมีสิ่งของทางวัฒนธรรมของพระราชวังโบราณ972กล่อง ของพิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางสำนักงานการจัดเตรียม154กล่อง ของหอสมุดกลาง 122กล่อง

หลังจากได้ย้ายกล่องแต่ละกล่องของสำนักงานต่างๆมาอยู่ในไต้หวันแล้ว นอกจากกล่องที่เก็บใส่สิ่งของทางวัฒนธรรมของสถาบันศูนย์การวิจัยประวัติศาสตร์ และภาษาที่ได้เก็บไว้ในหยางเหมยแล้ว กล่องอื่นๆที่เหลืออยู่ได้เก็บไว้ในโกดังโรงงาน น้ำตาลบริษัทกิจการน้ำตาลไต้หวันจำกัดที่ตั้งอยู่ในเมืองไทจง เดือนสิงหาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่38 หน่วยงานการบริหารประเทศได้นำเอา พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ พิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางสำนักงานการจัดเตรียมและ ศูนย์หอสมุดเป็นต้นหน่วยงานต่างๆมารวมกันชั่วคราวจึงกลายมาเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์ หอห้องสมุดรวมกันจุดการดูแลและควบคุมแห่งชาติไต้หวันเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพ แวดล้อมที่กำลังทำสงครามกันอยู่ (หรือเรียกสั้นๆว่าสำนักงานการควบคุมดูแลร่วมกัน) โดยมีกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นผู้ดูแล เมื่อเดือนเมษายน ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่39 สำนักงานการควบคุมดูแลร่วมกันมีโกดังเก็บสิ่งของทางวัฒนธรรมที่ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วและติดตั้งอยู่ที่เมืองไทจงวู้ฟงเป่ยโกว สิ่งของทางวัฒนธรรมที่ย้ายมาอยู่ในไต้หวันทุกอย่างได้เก็บเข้าไปไว้ในโกดังทั้งหมด เดือนพฤษภาคม หน่วยงานการบริหารประเทศได้นำเอาสภาของพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ และพิพิธภัณฑ์จุดศูนย์กลางสำนักงานการจัดเตรียมมาเปลี่ยนกลุ่มใหม่ ติดตั้งขึ้นมาใหม่กลายเป็นสภาร่วมกัน มีหน้าที่ทำแทนให้กับสภาของทั้งสองฝ่าย เมื่อเดือนมีนาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่42 สำนักงานการควบคุมดูแลร่วมกัน ได้สร้างถ้ำขนาดเล็กๆตรงใกล้ๆภูเขาบริเวณโกดังในเป่ยโกว สร้างมาเพื่อเตรียมไว้สำหรับเก็บสิ่งของทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าที่สุด เมื่อเดือนกันยายน ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่43 สำรวจจำนวนสิ่งของทางวัฒนธรรม ที่ย้ายมาอยู่ในไต้หวันเป็นเวลาทั้งหมดสี่ปีตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้สิ่งของโบราณผ่านสงครามมาโดยใช้วิธีการขนย้ายในทางน้ำและทางบก สลับปรับเปลี่ยนกันไป จึงได้รับความเสียหายบ้างเล็กน้อย เมื่อเดือนธันวาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่45 สร้างห้องจัดแสดงโชว์ที่เป่ยโกวเสร็จเรียบร้อย เปิดให้เข้าชมเมื่อเดือนมีนาคมในปีถัดไป ในเวลาเดียวกัน สำนักงานการควบคุมดูแลร่วมกันก็ได้ลงมือจัดพิมพ์ รวมประกอบด้วยทั้งสารบัญต่างๆ และสารบัญรูปภาพด้วย มาจนถึงณ.บัดนี้ยังคงเป็นข้อมูลอ้างอิงที่สำคัญในการวิจัย ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะเมืองจีนอีกด้วย

เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่50 สำนักงานการควบคุมดูแลร่วมกันได้รับเรียนเชิญไปจัดแสดงงานนิทรรศการ ศิลปะจีนโบราณที่ประเทศอเมริกา เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ได้รับความชื่นชมและสรรเสริญ จากแวดวงต่างๆในประเทศอเมริกา จากนั้นรัฐบาลคิดว่าเป่ยโกวสถานที่ ห่างไกลจากตัวเมืองมาก ยากที่จะดึงดูดคนในและต่างประเทศเดินทางไปชื่นชม จึงได้จัดการวางแผนสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ที่ว่ายซวงซีสถานทีใกล้ๆกรุงไทเป เมื่อเดือนสิงหาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่54 ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สร้างเสร็จเรียบร้อย หน่วยงานบริหารงานประเทศ ก็ได้นำเอาสิ่งของทางวัฒนธรรมที่ย้ายมาอยู่ในศูนย์พิพิธภัณฑ์สำนักงานการจัดเตรียม รวมเข้าไปในพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ แล้วก็ประกาศข้อกำหนดสำหรับองค์กรชั่วคราวของกรรมการสมาชิกการควบคุมและ ดูแลในพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติไต้หวัน และนำเอากรรมการสมาชิกการดูแลและควบคุมอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานการบริหารประเทศ ในเดือนเดียวกัน ในรอบปีแรกของกรรมการสมาชิกการดูแลและการควบคุมได้เลือกคุณหวังหยีนวู่ (1888-1979)มาเป็นหัวหน้ากรรมการ แล้วก็ให้คุณเจียงฟู่ชง(1898-1990) มารับ ตำแหน่งหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่12 เดือนพฤศจิกายน พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติไต้หวันอาคารใหม่ในไทเปสร้างเสร็จและเปิดพิธี ในวันนั้นได้จัดแสดงตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกจีน ภาพวาดที่มีชื่อเสียง เครื่องทองแดง ผ้าทอ เครื่องเซรามิกแล้วก็เครื่องหยก ของเก่าแก่แปลกตา หนังสือ และเอกสารข้อมูลต่างๆที่เป็นสิ่งของเก่าแก่ รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 1,573ชิ้น แต่ละอย่างวางจัดแสดงอยู่ในห้องหกห้อง ห้องแสดงภาพวาดแปดแห่ง ในวันถัดไป อาคารใหม่เปิดบริการให้คนข้างนอกเข้ามาชม

เปิดงานแสดงโชว์: ยึดหลักแต่ดั้งเดิม พัฒนาไปทั่วทุกมุมด้าน

สำนักงานการดูแลควบคุมร่วมกันที่เมืองไทจงในสมัยนั้น เป็นเพราะว่าพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณและศูนย์พิพิธภัณฑ์สำนักงานการจัดเตรียมมีห้องรับแขก พนักงาน งบประมาณจำกัดและงานในพิพิธภัณฑ์ไม่ง่ายที่จะเปิดแสดงโชว์ งานส่วนมากก็ได้แต่ จัดสารบัญและเก็บสะสมรักษาสิ่งของเก่าแก่ อาคารใหม่ที่ว่ายซวงซีในกรุงไทเปที่สร้างเสร็จ หลังจากที่พิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งได้มารวมกัน ห้องในอาคารก็ได้ขยายใหญ่มากขึ้น กองทุนสำหรับพนักงานก็ได้เพิ่มขึ้นมาหน่อย ในส่วนหนึ่งของพระราชวังโบราณก็เริ่ม ที่จะลงมือจัดการเรื่องต่างๆ อีกส่วนหนึ่งก็คือจัดการด้านการจัดงานแสดงโชว์ ปรับปรุงแก้ไขไปอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาเจริญรุ่งเรืองไปทุกๆวัน

หัวหน้าพิพิธภัณฑ์คุณเจียงฟู่ชงในขณะที่อยู่ในตำแหน่ง พระราชวังโบราณได้ขยายแล้วขยายขึ้นอีก จัดการเรื่องการขยาย เพิ่มพื้นที่จัดงาน นิทรรศการและมีโครงสร้างองค์กรสมบูรณ์ที่ครบถ้วน รับของสะสมมาจากทั้งในและต่างประเทศที่ผู้บริจาคของเก่าแก่บริจาคให้เช่น เครื่องใช้ของสะสมเก่าแก่ หนังสือและภาพวาด หนังสือโบราณที่สอนทำความดี รับฝาก และเพิ่มเติมสิ่งของในพิพิธภัณฑ์ที่ขาดหายไป ลงมือจัดแบ่งแยกหมวดหมู่และจัดเรียงสารบัญสิ่งของที่สะสมมา สร้างระบบจัดหมายเลขให้กับสิ่งของเก่าแก่ เพื่อดูแลควบคุมของสะสม และเลือกสรรสิ่งของจัดงานแสดงได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนกล่องชุดให้กับของสะสม เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยมในการเก็บสะสม วิจัยทดสอบและปรับปรุงแก้ไขอย่างกระตือรือร้น จัดงานแสดงนิทรรศการออกมาในแต่ละระบบแบบปกติและแบบหัวข้อพิเศษ รวมตัวกันฝึกฝนผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเที่ยว เพื่อให้บรรลุเข้าใจถึงต้นกำเนิดที่มาของวัตถุโบราณแต่ละชนิดและมีความรู้ ด้านประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะดวกในการถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณี ของชนเผ่าจีน จัดกิจกรรมเข้าชมฟรีให้กับเด็กประถมและเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น เพื่อหวังว่าความรู้ด้านศิลปะวัฒนธรรมจะได้ฝังลึกไว้ในจิตใจของเด็ก จัดเตรียมงานนิทรรศการสิ่งของทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าโดยจัดแสดงตระเวนไป ทั่วประเทศ ปฏิบัติโดยให้เกิดผลประโยชน์ด้านการศึกษาสังคมในพิพิธภัณฑ์ เลือกเพื่อนร่วมงานออกไปศึกษาหาความรู้และค้นหาวิชาใส่ตัว ฝึกฝนอบรม ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสถาบันต่างๆ ใช้วิธีทาง วิทยาศาสตร์โดยดำเนินการเป็นระบบเพื่อการวิจัยและประเมินค่าของ วัตถุโบราณที่สะสมมา ผลักดันพิพิธภัณฑ์นานาชาติได้แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ ผลักดันเค้าโครงผลงานของเพื่อนร่วมงานที่วิจัยมาอย่างลึกและคมใน จัดพิมพ์ สารบัญรูปภาพวารสารต่างๆ มีความตั้งใจที่จะจัดพิมพ์และถ่ายทอด

ต้นๆปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่72 คุณฉิงเสี่ยวหยี(1921-2007) เป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติไต้หวัน จากนั้นในระยะเวลาสิบแปดปีมานี้ พระราชวังโบราณจากสถาบันชั่วคราว กลายมาอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยการบริหารประเทศ จึงทำให้ระบบขององค์กรเหมาะกับความต้องการที่จะพัฒนา กิจการงานของพิพิธภัณฑ์ ติดตั้งและพัฒนาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ทำให้พื้นที่จัดแสดงงานนิทรรศการของเก่าแก่ปรับสภาพแวดล้อม ให้อยู่ในอุณหภูมิที่ไม่ร้อนและไม่ชื้น ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ทางวิทยาศาสตร์อยู่สม่ำเสมอ ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ ทันสมัยมากที่สุดมาปกป้องดูแลรักษาวัตถุโบราณของเก่าแก่ใน ประวัติศาสตร์ ในแต่ละปีจะจัดวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการซื้อสิ่งของเก่าแก่ หรือรับบริจาคมาจากสถานที่อื่นๆ เพื่อทำให้สิ่งของที่ได้มาไม่ต้องจำกัดว่าเป็นของเก่าแก่ในพระราชวัง ผลักดันวิจัยด้านมืออาชีพ ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของโบราณวัตถุ เน้นสถานะที่สำคัญในการวิจัยศิลปะเมืองจีน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ บรรยายสิ่งของทางวัฒนธรรมเป็นประจำ แล้วก็ตอบสนองความต้องการ ของเด็กเล็กและเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาต้นๆ ทำให้เกิดผลประโยชน์ ด้านการศึกษาสังคมในพิพิธภัณฑ์ รับได้กับผู้ที่มาทำงานจากคนในและคนนอก แล้วก็ฝึกฝนด้านความเชี่ยวชาญ ร่วมทำงานเป็นผู้นำเที่ยวกับสิ่งของเก่าแก่ สวนที่สร้างอยู่ในเขตบริเวณพิพิธภัณฑ์ ผสมผสานกับความคิดสวนในสมัย โบราณ บริการสถานที่ทำกิจกรรมในยามว่างที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับประชาชน จัดการเรื่องการนับจำนวนโบราณวัตถุเป็นครั้งที่สองหลังจากที่ย้ายมาอยู่ในไต้หวัน เพื่อคงสภาพเดิมของโบราณวัตถุ แล้วก็ได้ให้ความไว้วางใจกับแวดวงต่างๆ เสร็จสิ้นการปรับปรุงขยายใหญ่เป็นครั้งที่สี่ เพื่อทำให้อาคารหอห้องสมุดกลายเป็นสถานที่วิจัยเพื่อหาหลักฐาน และก็ได้ ทำเป็นหอการจัดแสดงงานนิทรรศการแบบหลากหลาย สนับสนุนในการแลกเปลี่ยน ด้านศิลปะกับต่างประเทศ เพื่อมุ่งไปสู่โอกาสในการเข้าร่วมและร่วมมือกับวัฒนธรรมชาวต่างประเทศ หลังจากที่ไต้หวันถอยออกจากสหประชาชาติ มุ่งหน้าไปจัดงานนิทรรศการที่ประเทศอเมริกาและประเทศฝรั่งเศส พระราชวังโบราณจึงเป็นต้นแบบตัวอย่างไว้วันข้างหน้าจะได้มีเมืองนอกมายืม จัดแสดงงาน ร่วมมือกับคนในประเทศผู้คนที่เก็บสะสมของเก่ามาจัดงานนิทรรศการด้วยกัน เพื่อที่จะได้ส่งเสริมผู้คนรักของเก่าแก่และตามหาประวัติศาสตร์ นำเข้าโบราณวัตถุที่ขุดพบเจอในเมืองจีน ผสมผสานไปกับศิลปะที่ประณีตของชาวตะวันตก เปิดหูเปิดตาให้กว้างไปกับมุมมองทางวัฒนธรรมของคนในประเทศ จัดงานแสดงนิทรรศการที่ไม่ใช่สิ่งของทางวัฒนธรรมของพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ประชาชนในต่างแดนก็ได้มาสัมผัสกับสิ่งของทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่สะสมไว้ในพิพิธภัณฑ์ เลือกใช้ดิจิตอลทางเทคนิค พัฒนาระบบการควบคุมดูแล ของที่สะสมอยู่ ลงมือจัดพิมพ์ทำเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดีย แล้วก็เข้าไปผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อถ่ายทอดสิ่งของทางวัฒนธรรมและ แสดงข้อมูลงานนิทรรศการ

หลังจากที่เปิดให้บริการ: ผ่านมาแล้วพันปี หลายอย่างที่ได้วางแผนใหม่

หลังจากเดือนพฤษภาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่89 ผ่านไปแปดปี พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณแห่งชาติไต้หวันมีคุณตู้เจิ้นเซิ่น(1944-) คุณสือเซียวเชียน(1951-) คุณหลินม่านลี่(1954-) ทั้งสามท่านเป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ มีตำแหน่งเป็นผู้นำ แล้วก็มีหลายอย่างที่วางแผนขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเวลา นำทางด้วยความคิดแบบพื้นเมือง จึงทำให้งานนิทรรศการและบริการด้านการผลักดัน การศึกษาในแต่ละด้านเริ่มที่จะเข้าไปใกล้กับชีวิตประชาชน พื้นที่สาธารณะในตัวอาคารหลักและทางเดินในงานนิทรรศการเสร็จสิ้นเรียบร้อย แล้วก็ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบข้างๆเสร็จ ยังปรับปรุงบูรณะซ่อมแซมอาคารหลักเพื่อความทนทานต่อแผ่นดินไหว รวมเป็นสองอย่างที่ต้องซ่อมแซม เลือกสิ่งของทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ แล้วยืมไปจัดงานในเยอรมันและออสเตรเลียทั้งสองประเทศ เพื่อแสดงถ่ายทอดความจริง ความดี ความงาม ความเป็นธรรมของศิลปะและวัฒนธรรมจีน เตรียมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ในเขตภาคใต้ หวังว่าจะได้สร้างความสมดุลทางวัฒนธรรมภาคเหนือกับวัฒนธรรมภาคใต้ เริ่มที่จะรับบริจาคเก็บสะสมสิ่งของวัฒนธรรมทางเอเชีย แล้วก็ร่วมมือกับสถาบันการวิจัยในเมืองนอก ผลักดันการวิจัยทางวัฒนธรรมและศิลปะของแต่ละชนเผ่าในเอเชีย สร้างสถานที่พื้นฐานเก็บสะสมให้กับพิพิธภัณฑ์ทางภาคใต้ จัดการงานเรื่องให้สิทธิ ชื่อนามของภาพวาดเก่าแก่ทางวัฒนธรรมที่พิพิธภัณฑ์ได้สะสมเอาไว้ ให้กำลังใจแก่ แวดวงการออกแบบของคนในและต่างประเทศเพื่อผสมกับตัวประกอบศิลปะโบราณ และสร้างผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ขึ้นมา ให้ความช่วยเหลือผลักดันพัฒนาความสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม ให้คุณค่าทางวัฒนธรรมแก่ของที่สะสมมาให้มีไอเดียใหม่และมีแฟชั่น อยู่ในการบริหารการเมือง เข้าไปสู่แบบทันสมัยใหม่ที่แสดงออกมาเป็น พิพิธภัณฑ์แห่งอุตุนิยมวิทยา

เดือนพฤษภาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่97 ถึงเดือนพฤษภาคม ปีสาธารณรัฐจีนไต้หวันปีที่105 พระราชวังโบราณมีคุณโจวกงซีง(1947-)และคุณผงหมิงจู(1950-) ผู้นำทางที่เป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ ดำเนินการโดยการเปลี่ยนแปลงองค์กร มีโครงสร้างการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี แล้วก็ได้นับจำนวนสิ่งของทางวัฒนธรรม ที่สะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็นครั้งที่สามหลังจากสิ่งของย้ายมาอยู่ในไต้หวัน นับจนเสร็จสิ้น พิพิธภัณฑ์ในไต้หวันและพิพิธภัณฑ์ในเมืองจีนได้ร่วมมือกันขยายตัว นำพาไปสู่การร่วมมือกันจัดแสดงงานนิทรรศการและจัดพิมพ์อื่นๆและทางเลือกใหม่ โดยใช้วิธีการแลกเปลี่ยนเป็นต้น เป้าหมายงานด้านการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมในประเทศ จึงได้จัดกิจกรรมค่ายการฝึกฝนการเรียนรู้ที่อยู่ในชุดการพัฒนา ออกแบบกิจกรรมต่างๆที่แบ่งแยกอายุ การศึกษาที่แบ่งแยกพวก จัดให้มีการศึกษาทางวัฒนธรรมที่มีรูปแบบแตกต่างกันและ รายการการแสดงด้านศิลปะ เพื่อวางแผนออกแบบพระราชวังโบราณที่ยิ่งใหญ่ ยึดเวลาเปิดให้บริการ ปรับปรุงแก้ไขพื้นที่ให้การต้อนรับแก่มวลชน ใช้ผลงาน เก็บสะสมจากดิจิตอล เพิ่มเนื้อหาการจัดแสดงงานสิ่งของทางวัฒนธรรม ไปตระเวนจัดแสดงงานนิทรรศการที่ประเทศญี่ปุ่น ผลักดันเป็นมิตรกับวัฒนธรรมระหว่างประเทศ เสร็จสิ้นพิธีการเปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์ในเขตภาคใต้และ เปิดพิธีงานนิทรรศการของสิบอย่างอันยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกด้วย